เอสเพียว จากเบทาโกร สร้างมาตรฐานใหม่เนื้อไก่ไทย ไม่มียาปฏิชีวนะ ได้รับการรับรองจาก NSF เป็นรายแรกของโลก

เบทาโกร ฉลองความสำเร็จเอสเพียว (S-Pure) ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่คุณภาพสูง ไม่มียาปฏิชีวนะ ได้รับการรับรองจาก เอ็นเอสเอฟ (NSF) เป็นรายแรกของโลก สร้างมาตรฐานใหม่อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ของประเทศไทย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการมากกว่าความอร่อยและคุณภาพ    แต่ต้องสุขภาพดีระยะยาว

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร เปิดเผยว่า เครือเบทาโกร ให้ความสำคัญ  ในเรื่องนโยบายความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) และคุณภาพ (Food Quality) มาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์เอสเพียว (S-Pure) ดำเนินการอย่างครบวงจรมามากกว่า 10 ปี เริ่มตั้งแต่ การคัดเลือกสายพันธุ์ไก่ที่มีสุขภาพดี แข็งแรง เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เลี้ยงในระบบฟาร์มปิด ป้องกันเชื้อโรคและพยาธิ   มีสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เลี้ยงด้วยโปรตีนจากธัญพืช และอาหารเสริม Probiotic ซึ่งเป็นจุลินทรีย์  มีประโยชน์ ที่สำคัญไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่มีการฉีดฮอร์โมน ไม่มีการฉีดสารเร่งการเจริญเติบโต รวมทั้งมีกระบวนการแปรรูปเพื่อผลิตเนื้อไก่สดและเนื้อไก่แช่แข็ง ตลอดจนผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ปรุงสุก ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ความสำเร็จล่าสุด ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของเอสเพียวได้รับการรับรอง “Raise without Antibiotics certified by NSF” เป็นรายแรกของโลก เมื่อปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา เป็นการรับรองระบบการเลี้ยง โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ จากเอ็นเอสเอฟ องค์กรด้านความปลอดภัยและสาธารณสุขที่ไม่แสวงผลกำไร เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในฐานะหน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน ตรวจสอบ และออกใบรับรองให้แก่อุตสาหกรรมอาหาร น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพและป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

“การรับรองของเอ็นเอสเอฟครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายที่ช่วยยืนยัน และทำให้ผู้บริโภค สามารถมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เอสเพียวมีคุณภาพสูงสุด ทั้งเป็นรายแรกของโลกที่องค์กรระดับนานาชาติให้การยอมรับ ด้วยระบบการเลี้ยงดูไก่ในฟาร์มที่ได้มาตรฐานทั้งระบบ และไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่

วันแรกเกิดของไก่ จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค จึงไม่มีสารตกค้างจากยาปฏิชีวนะ อันอาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทางร่างกายต่างๆ ในอนาคต ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่

อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ของประเทศไทย โดยเครือเบทาโกรจะนำสัญลักษณ์การรับรองดังกล่าวติดลงบน     บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเนื้อไก่สด เนื้อไก่แช่แข็ง และเนื้อไก่ปรุงสุก ภายใต้แบรนด์เอสเพียว (S-Pure) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายวสิษฐ กล่าวเสริม

จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่พบว่า มีความใส่ใจในสุขภาพของตนเอง ให้ความสำคัญในการเลือกซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงและปลอดภัย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว (Better Health) ให้แก่ตนเองและคนที่รัก

สำหรับตลาดในประเทศ ปัจจุบันเอสเพียวถือครองส่วนแบ่งตลาดอาหารสดระดับพรีเมียม 90% และยังคงมุ่งเน้นการขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว ผ่านร้านค้าปลีก  ชั้นนำ อาทิ Gourmet Market, Home Fresh Mart, Central Food Hall, Tops Market และ Villa Market     เป็นต้น รวมทั้ง วางแผนเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ไก่เอสเพียว NSF รับรองเป็นรายแรกของโลก” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคเนื้อไก่สดที่มีคุณภาพ ภายใต้การรับรอง เอ็นเอสเอฟ ซึ่งจะออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป

สำหรับตลาดส่งออก สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่เข้มงวดกับคุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ มีการตรวจสอบด้านความปลอดภัย สารตกค้าง ทำให้ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของ

เครือเบทาโกร มีข้อได้เปรียบ ทั้งประสิทธิภาพการผลิต ปัจจัยการผลิต มาตรฐานการผลิต เทคโนโลยีการผลิต ส่งผลให้ตอบสนองความต้องการตลาดได้ดีกว่า โดยปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ 77,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ก็วางแผนขยายช่องทางการขายส่งและขายปลีกในประเทศ สิงคโปร์ ฮ่องกง และกลุ่มประเทศในสแกนดิเวีย เพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เอสเพียว ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอย่างครบถ้วน อาทิ GMP, HACCP, ISO9001:2015, ISO14001:2015, TIS18001:2010, ISO/IEC17025:2005, BRC Issue 7 รวมถึงHALAL และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ