สืบเนื่องจากตอนนี้มีบัตร One day pass ที่สามารถเที่ยวสถานที่เที่ยวเด่น ๆ  4 ที่ในพัทยาได้ในราคา 990 บาท (ราคาเด็ก 666 บาท)
เที่ยวได้ทั้ง  Swiss Sheep Farm Pattaya , บ้านกลับหัว , ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค และสวนน้ำรามายณะ

ผมจึงเกิดความสงสัย ว่าเราจะสามารถไปเที่ยวทั้ง 4 ที่ได้ในวันเดียวจริงหรือ งั้นเราลองไปดูกันนะครับ

ออกจากกรุงเทพฯ กันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมงครับ เราก็มาถึงพัทยาแล้วครับ
เรื่องเส้นทางคงไม่ต้องอธิบายกันมากนะครับ เดี๋ยวนี้เปิดแผนที่ หรือ GPS กันได้หมดแล้ว แต่บอกคร่าวๆ ก็ตรงไปเส้นทางพัทยาใต้ สัตหีบ นะครับ แล้วจะเจอป้ายโฆษณาสวนน้ำรามายณะใหญ่ ๆ อยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนเส้นนั้น และที่เที่ยวทั้ง 4 ที่ ที่เราจะไปกันในวันนี้ ก็อยู่ในถนนเส้นเดียวกันหมดเลยครับ

มาถึงที่แรก เวลาประมาณ 9 โมงครึ่งครับ ที่นี่ Swiss Sheep Farm Pattaya

มาถึงแล้วก็เข้าไปกันเลยครับ

ปกติถ้าเราไม่ได้มีบัตร One day pass ราคาค่าเข้าคือ ผู้ใหญ่ 90 บาท และเด็ก 50 บาทครับ

ข้างในนี้มีที่ถ่ายรูปเพียบเลยครับ สาว ๆ น่าจะชอบ

เดินต่อมาอีกหน่อยก็มาเจอแล้วครับ เจ้าแกะ และเจ้าม้า ที่มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ และก็มีจุดที่ให้เราซื้อหญ้า แครอท หรือนม เพื่อป้อนให้กับแกะและม้าได้ด้วยครับ

แกะที่นี่ถูกเลี้ยงแบบตามสบายมากเลยครับ บางตัวก็กระโดดออกมาจากนอกรั้ว มาให้เราให้อาหารกันแบบใกล้ ๆ เลย

ให้อาหารแกะเสร็จแล้วครับ ตอนแรกก็ว่าจะไปต่อละ เพราะคิดว่าที่นี่จะหมดแค่นี้ แต่พอเดินจะไปที่ทางออก ก็ยังมีสถานที่ให้ถ่ายรูปอีกเพียบเลยครับ สวยมากเลย

แถมยังมีไฮไลท์ท้ายสุด คือห้องแอร์ห้องนี้ ที่เต็มไปด้วยตัว อัลปาก้า ให้เราสามารถเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด หรือซื้อแครอทเข้าไปป้อนมันได้ด้วย แต่แอบเตือนว่าต้องใจกล้าหน่อยนะครับ เพราะพอมันเห็นใครถือแครอท ก็จะตาลุกวาว เข้ามารุมกันเลยทีเดียว

ถึงทางที่จะออกกันจริงๆแล้วครับ ก็ลอดอุโมงค์สวยงามนี้ แล้วก็เดินไปที่ทางออกกันเลย

เราอยู่ที่นี่กันประมาณ ชั่วโมงครึ่งนะครับ ตอนนี้ก็เกือบ  11 โมงแล้ว ทีแรกว่าจะอยู่แค่ชั่วโมงเดียว แต่มันมีอะไรมากกว่าที่คิด เดี๋ยวเรารีบไปต่อกันดีกว่าครับ

ที่ต่อมา เรามากันที่ บ้านกลับหัว ครับ

มาถึงแล้วก็โชว์บัตร One day pass เหมือนเดิมครับ ปกติถ้าเราไม่มีบัตร One day pass ค่าเข้าจะอยู่ที่ ชาวไทย ราคา 200 บาท/คน, ชาวต่างชาติ ราคา 500 บาท/คน, เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี !! และเด็กที่มีส่วนสูง  90-120 เซนติเมตร จ่ายครึ่งราคา

เดี๋ยวลองเข้าไปดูกันว่าจะน่าสนใจขนาดไหน

แหม ๆ แค่ด้านนอกก็ดูน่าสนใจแล้วนะครับ
ถึงเวลาเข้าไปในบ้านกันแล้ววว

ถ่ายออกมา แล้วลองกลับภาพดูครับ จะได้ภาพประมาณนี้

ข้างในบ้านก็เป็นอย่างที่เห็นครับ มีห้องมากมาย หลากหลายให้เราถ่ายแบบกลับหัว บ้านจะมีทั้งหมด 2 ชั้นครับ แต่เข้าไปแล้วก็จะมึน ๆ หัวหน่อย เพราะว่าบ้านมันเอียงอยู่นะครับ

ถ่ายรูปแบบกลับหัวกันพอสมควรแล้ว ตอนจะกลับ เค้าจะให้เราเลือกครับ ว่าจะออกแบบธรรมดา หรือ ออกผ่านเขาวงกต ซึ่งก็แน่นอนครับว่า คนอย่างผม จะออกแบบธรรมดาได้ไง 555 ก็ต้องเขาวงกตสิครับ ว่าแล้วก็เข้าไปกันเลย

แอบยากเหมือนกันนะครับเนี่ย แต่ยังไงก็ออกมาได้ละ
ออกมาได้ก็จะเจอเจ้าโต๊ะ เก้าอี้ยักษ์ชุดนี้ให้ได้ถ่ายรูปกันก่อนกลับครับ

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันประมาณ  1 ชั่วโมงครับ ตอนนี้ก็เที่ยงพอดี เราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะครับ แต่ด้วยเวลาที่ออกจะจำกัด ผมเลยตัดสินใจไปสวนน้ำรามายณะ ต่อเลยครับ เดี๋ยวไปกินในสวนน้ำละกัน

มาถึงหน้าสวนน้ำกันแล้ว ก็ยื่นบัตร One day pass เหมือนเดิมครับ ปกติถ้าเราไม่มีบัตรนี้ ราคาจะอยู่ที่ ผู้ใหญ่ราคา 1190 บาท เด็ก 890 บาท ส่วนเด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรีนะครับ

เอาบัตรมาแสดงตรงนี้

แล้วเราก็จะได้ที่ใส่ข้อมือมา เอาไว้ใช้ในสวนน้ำ

เข้าไปแล้วก็เติมเงินกันก่อนเลยครับ
พอเข้ามาข้างในเราก็จะเจอเคาท์เตอร์หน้าตาแบบนี้ครับ เอาไว้สำหรับเติมเงินลงใน wristband เพื่อนำไปใช้จ่าย ซื้อน้ำซื้ออาหารในสวนน้ำ และก็สามารถเช่าล๊อกเกอร์ หรือผ้าเช็ดตัวได้ที่เคาท์เตอร์นี้เช่นกันครับ ราคาของผ้าเช็ดตัว(เผื่อลืมเอามา) ราคา 99 บาทต่อผืนครับ ส่วนล๊อคเกอร์เล็ก ราคา 120 บาท ล๊อคเกอร์ขนาดใหญ่ราคา 190 บาท และผมตั้งใจเข้ามากินข้าวที่นี่ด้วยครับ

เจอตู้ล๊อคเกอร์แล้ว

เอาQR code แสกนที่เครื่องนะครับ ตู้ล๊อคเกอร์ก็จะเปิดออก เอาของใส่ตู้ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปกันเลยยยย

เนื่องจากตอนนี้หิวมากครับ ขอเดินไปที่ห้องอาหารก่อนเลย
ระหว่างทางเดินไปห้องอาหาร ก็จะเจอโซนเด็กก่อนนะครับ สวยงาม น่าเล่นมาก

ถึงแล้วครับ ห้องอาหาร The Lake

ที่นี่มีอาหารขายหลากหลายครับ ราคาก็แตกต่างกันไป แต่หิวๆอย่างเราตอนนี้ ขอขึ้นชั้น 2 ไปที่บุฟเฟ่ต์กันเลยแล้วกันครับ

บุฟเฟ่ต์ ราคา 299 บาทต่อคนครับ เมื่อเราซื้อบุฟเฟ่ต์แล้ว เจ้าหน้าที่จะให้แสกนที่ข้อมือ เพื่อหักเงินไป แล้วพนักงานจะเขียนรหัส BBF ไว้ให้เรา เขียนไว้ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะบุฟเฟ่ต์ที่นี่ สามารถกินแล้วลงไปเล่นน้ำ แล้วกลับขึ้นมากินอีกกี่ครั้งก็ได้น่ะสิครับ อย่างนี้ค่อยดีหน่อย จะได้ไม่ต้องกินให้อิ่มมาก อาหารก็ไม่เยอะมากครับ แต่อร่อย เราไปดูไลน์อาหารกันดีกว่า

กินพอประมาณแล้ว ไปเล่นน้ำกันดีกว่า

ลงไปลอยน้ำเล่นในสระใหญ่ให้ย่อยกันก่อนดีกว่าครับ สระนี้มีคลื่นเหมือนทะเลเลย

ลอยตัวอยู่ซักพัก เริ่มทนไม่ไหวครับ เพราะได้ยินเสียงของความสนุกสนานจากสไลด์เดอร์ใกล้ ๆ ไปเล่นบ้างดีกว่า

ส่วนนี้ก็สนุกไม่เบาครับ เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยกเว้นสีฟ้ากับส้มนะครับ อันนี้จะเสียว ๆ หน่อย
เราเดินไปโซนต่อไปกันเลยดีกว่านะครับ

ส่วนนี้ก็สนุกมากเลย ต้องใช้ห่วงยางด้วยครับ จะนั่งคนเดียว หรือ 2 คนก็ได้ ยกเว้นสีแดงม่วง ต้องนั่ง 2 คนเท่านั้นครับ

ในแต่ละจุด หากจุดไหนที่เราเห็นเจ้าเครื่องหน้าตาแบบนี้ นั่งหมายความว่า จุดนั้นมีกล้องไว้ถ่ายภาพเราด้วยนะครับ

วิธีการก็คือ เอา QR code ที่ข้อมือเรา ไปแสกน ก่อนเล่น แค่นี้ เราก็จะได้ภาพสวย ๆ แล้ว เอิ่มมม แต่ภาพส่วนใหญ่ที่ได้ จะออกแนวโวยวาย กรีดร้องกันซะมากกว่านะครับ 555

หากใครแสกนให้เก็บภาพ แล้วไม่รู้จะไปเอาภาพได้ที่ไหน ก็มองหาเจ้าตู้หน้าตาแบบนี้เลยครับ

แล้วก็เหมือนเดิมครับ แสกน QR code ที่ตู้ แล้วเลือกส่งรูปที่ถูกถ่ายไว้ เข้าไปที่อีเมลล์ของเราได้เลย

ได้รูปละ ไปเล่นเครื่องเล่นต่อดีกว่า

เล่นน้ำกันจนหนำใจแล้ว ได้เวลาไปต่อที่สุดท้ายกันแล้วครับ เราใช้เวลาอยู่ที่สวนน้ำนี้ ประมาณ  4 ชั่วโมงนะครับ ตอนนี้ก็เป็นเวลา 4 โมงกว่าแล้ว รีบอาบน้ำแล้วไปถ่ายรูปที่ไร่องุ่นต่อกันนะครับ

ที่ห้องอาบน้ำ ก็สะดวกดีครับ อุปกรณ์ครบครัน มีถุงใส่ผ้าเปียกไว้ให้ใช้ด้วย

ก่อนออกจากสวนน้ำ อย่าลืมส่งรูปที่ถูกถ่าย จากการแสกนที่ข้อมือเข้าอีเมลล์กันนะครับ
ตรงหน้าห้องอาบน้ำ มีให้ใช้บริการอีก  2 เครื่อง

อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ตอนนี้เวลา 4 โมง 45 เดี๋ยวเราไปไร่องุ่นกันต่อเลยครับ เพราะไร่องุ่นปิด 6 โมงเย็นนะครับ
แต่ไม่ต้องตกใจ หรือกลัวว่าจะไปไม่ทัน เพราะไร่องุ่นซิลเวอร์เลคนั้น อยู่ติดกับสวนน้ำรามายณะเลยครับ 555 ขับรถออกมาทางปากทางก็เจอเลยยยยย

ที่เราเลือกที่นี่เป็นที่สุดท้าย เพราะจะได้ไม่ร้อนมากนะครับ เพราะไร่องุ่นเป็นที่โล่งแจ้ง และกว้างใหญ่มาก ถ้ามาช่วงเที่ยง คงสู้แดดไม่ไหวแน่นอน

จอดรถเรียบร้อย เดินเข้าข้างในกันเลยครับ

สวยงามจริง ๆ ครับ นี่แค่บรรยากาศภายนอกเท่านั้นเอง

มาถึงเราก็ยื่นบัตร One day pass เหมือนเดิมครับ คุ้มจริงๆ
ปกติถ้าไม่มีบัตร จะมีให้เราซื้อ 2 แบบ นะครับ
Package A ราคา 250 บาท ได้นั่งรถชมไร่ และถ่ายรูปเป็นจุด ๆ และเข้าไปชิมไวน์ด้วยครับ
Package B ราคา 100 บาท อันนี้ก็นั่งรถชมไร่ และถ่ายรูปตามจุดเหมือนกันครับ แต่ไม่ได้เข้าไปชิมและชมโรงงานผลิตไวน์
ส่วนบัตร One day pass ของเรา ได้ Package B นะครับ เดี๋ยวเราเข้าไปชมไร่กันเลย

ถ้าเรามาถึงแล้ว เจอกรุ๊ปใหญ่ เค้าก็จะให้เรานั่งรถคันใหญ่นะครับ แต่ก็ยังมีรถตุ๊ก ๆ แบบคันเล็ก ๆ ด้วยครับ

จุดแรกที่เราจะแวะถ่ายรูปกันนะครับ กังหันลม พร้อมสวนดอกไม้แสนสวย

และยังมีจุดให้ถ่ายรูปอีกหลายจุดเลยครับ

จุดที่ 2 เรียกว่า เดอะมูฟวี่ เฮ้าส์

มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะมากครับ

จุดต่อไปเป็นถังขนาดใหญ่ครับ

แล้วเราก็มาถึงจุดสุดท้ายกันแล้วครับ

เราจะแลกน้ำองุ่นได้ 1 ขวด ก่อนกลับบ้านกันนะครับ

จบทริปนี้ด้วยความเหนื่อยที่แสนสนุกนะครับ  และหากไม่ได้บัตร One day pass  เราต้องเสียค่าเข้าทั้งหมด 1580 บาท นะครับ ถือว่าประหยัดไปได้เยอะเลย

วันนี้เหนื่อยมากแล้ว ต้องขอตัวลาไปก่อนนะครับผม
สำหรับบัตรวันเดียวเที่ยวสุดคุ้มสามารถซื้อได้ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขาหรือบนเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com
ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ นะครับ

เรื่อง – ภาพ แพลนคร่าว