นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จับมือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และเว็บไซต์ Traveloka เปิดตัวโครงการ The Locallicious มุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยใช้อาหารไทยท้องถิ่นขับเคลื่อน นำร่องโดยอาหารใต้ในธีม “ล่องกิน ถิ่นใต้” จัดทำโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับ 20 สุดยอดร้านอาหารชื่อดังในภาคใต้ นำเสนอ ดีลแบบเบ็ดเสร็จรวบยอดสุดดยอดร้านอาหาร ที่พักและสายการบิน เล็งไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y / Gen Millennials ทั้งไทย และต่างชาติ ที่พำนักในเมืองไทย (Expat) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมกิน เที่ยว โซเชียล ชอบความทันสมัย(Trendy) เทคโนโลยีและเสพสื่อสังคมออนไลน์ มีความสามารถในการใช้จ่าย (Spending Capability) ไปกับการเดินทางต่อทริปรวม กิน ดื่ม เที่ยว ในงบ 5,000 – 10,000 บาท โดยเป็นนักท่องเที่ยวสายกิน (Foodie) สาย Instagrammer และที่สำคัญมีความชอบโปรโมชั่น

โดยที่นายนิธี ยังเปิดเผยว่า โครงการ “ล่องกิน ถิ่นใต้” นี้ ททท. ได้นำพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่นิยมรับประทานอาหารในท้องถิ่น มาช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารของภาคใต้ และหยิบยกเอาเมนูอาหารท้องถิ่นที่มีจุดเด่นมาให้เป็นเมนูจานเด็ดยอดนิยม และคิดว่าจะเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันมีการใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น เช่น สุขภาพกายภายนอก ที่ได้ไปสัมผัสอากาศดีๆ สายลม แสงแดด รวมถึงสุขภาพร่างกายภายใน เช่น อาหารการกิน อาหารใต้แบบแท้ๆ รสจัด แกงไตปลา แกงเหลือง คั่วกลิ้ง ที่ดีต่อสุขภาพ โดยมีส่วนประกอบของสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะขมิ้น ที่ช่วยเรื่องทางเดินอาหาร ต่อต้านอนุมูลอิสระ และโด่ดเด่นในเรื่องของอาหารจีน ที่เรียกว่า บ่าบ๋า ย่าหยา ที่หาทานได้ยาก เช่น หมี่ฮกเกี้ยน ยาวเย ซึ่งเป็นอาหารที่มีรสชาติที่ดี นอกจากนี้ยังมีอาหารมุสลิม ไก่กอและ ข้าวยำปักษ์ใต้ ที่มีรสชาติอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แตกต่างออกไปไม่เหมือนที่อื่นๆ อีกอย่างคือเรื่องของอาหารทะเลสดๆ ที่ขึ้นชื่อของภาคใต้ เช่น กุ้งมังกร 7 สี, สาหร่ายพวงองุ่น,หอยนางรม เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนลงไป Explore!   ทั้งที่กิน ที่เที่ยว รวมทั้งกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ผ่านคอนเทนต์และโปรโมชั่นของโครงการ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษส่วนลดที่ครอบคลุมทั้งเรื่อง “กิน บิน พัก” รวมทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยว highlight ในภาคใต้ อาทิ ล่องเรือคาทามารันสุดหรู เพื่อมอบสิทธิ์พิเศษให้แก่ลูกค้าที่เข้าร่วมรับโปรโมชั่นจากโครงการ 

อีกทั้งยังสนับสนุนผลักดันให้เกิดการไปใช้บริการธุรกิจอาหาร เพื่อช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งร้านอาหาร ที่พักและแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการให้บริการตามมารตฐาน SHA (Safety and Health Administration) ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้กับนักท่องเที่ยว

สำหรับโครงการนี้ได้จัดทำโปรโมชั่นดีลพิเศษส่วนลดร้านอาหารดังในภาคใต้ จำนวน 20 ร้าน เน้นเมืองที่มีร้านอาหารอร่อย เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ที่แต่ละจังหวัดจะมีอาหารเด่นท้องถิ่น ซึ่งทาง ททท. จะคัดสรรร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการในธีม The most instagrammable restaurant ร้านเก๋ ถ่ายรูปสวย  ธีม ร้านอาหารใต้แบบ Authentic สำหรับคนรักรสชาติจัดจ้านตามแบบฉบับชาวใต้แท้ๆ  ธีมร้านอาหาร Seafood สำหรับชาว Seafood lover และธีมร้านอาหารไทย-จีน อย่างร้านติ่มซำชื่อดัง โดยนำเสนอดีลพิเศษควบคู่ไปกับส่วนลดเที่ยวบินและที่พักในจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับสิทธิพิเศษส่วนลดร้านอาหาร เมื่อซื้อเวาเชอร์อาหาร ราคา 500 บาท ทานได้ 1,000 บาท ในร้านที่เข้าร่วมโครงการ (จองผ่าน KTC World เท่านั้น), ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับโค้ดส่วนลดการจองที่พัก เที่ยวบินเส้นทางภาคใต้ 100 บาท จำนวน 200 สิทธิ์ (จองผ่าน KTC World เท่านั้น) และลูกค้าทั่วไป รับโค้ดส่วนลดการจองที่พักและเที่ยวบินเส้นทางภาคใต้ 100 บาท จำนวน 500 สิทธิ์ (จองผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ Traveloka เท่านั้น)

กิจกรรมส่งเสริมการขายส่วนลดที่น่าสนใจนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 20 กันยายน 2563 และสามารถใช้เวาเชอร์รับประทานอาหารได้ถึง 31 ธันวาคม 2563  ช่องทางการขายเวาเชอร์ร้านอาหาร 20 ร้าน เที่ยวบินและที่พักภาคใต้ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต KTC สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.ktcworld.co.th / หรือสามารถแอด LINE @ktcworld และช่องทางการขายเที่ยวบิน และที่พักภาคใต้ สำหรับลูกค้าทั่วไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.traveloka.com  และแอพพลิเคชั่นของ Traveloka ทั้งนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารข้อมูลโปรโมชั่น พร้อมคอนเทนต์สุดยอด ที่กิน ที่เที่ยว ผ่านช่องเพจเฟสบุ๊ค Thelocallicious  ได้อีกด้วย ซึ่งทาง ททท. หวังว่ากิจกรรมดังกล่าวนี้จะมุ่งกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาพรวมของภาคใต้ อีกทั้งยังส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวในพื้นที่และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากยิ่งขึ้น